เรียนเยอะ แต่จำไม่ค่อยได้
ผมเจอปัญหานี้กับตัวเอง ยิ่งเข้า workshop เยอะ ยิ่งรู้สึกว่ามีของเต็มหัว แต่พอกลับมาใช้จริงกลับนึกไม่ออกว่าตอนนั้นเข้าใจอะไร
ผมสร้างบทเรียนนี้จากปัญหาของตัวเอง เวลาต้องเข้า workshop เยอะ เรียนเยอะ ฟังเยอะ แต่พอกลับมาใช้จริงกลับลืม หรือเหลือแค่คำพูดของอาจารย์ โดยที่ยังไม่ได้กลายเป็นความเข้าใจของผมเอง
แกนของบทเรียนนี้คือ 1 ประโยคที่สะดุดหู = 1 note = 1 ชุด 6 ช่อง ไม่ใช่การสรุปทั้ง workshop ลงใน 6 ช่องเดียว
Why I Built This
เมื่อก่อนผมคิดว่าถ้าอยากเรียนให้คุ้ม ต้องจดให้เยอะที่สุด แต่พอจดเยอะ ผมกลับยิ่งตามไม่ทัน และสุดท้ายสิ่งที่จดไว้ก็ไม่ได้กลายเป็นความเข้าใจของผม
จุดเปลี่ยนคือผมเริ่มจดแค่ประโยคที่สะดุดหูก่อน แล้วค่อยกลับมาแปลว่า ผมเข้าใจประโยคนี้ว่าอะไร มีตัวอย่างอะไร เชื่อมกับชีวิตผมยังไง ยังสงสัยอะไร และจะเอาไปใช้จริงแบบไหน
The Problem
ผมเจอปัญหานี้กับตัวเอง ยิ่งเข้า workshop เยอะ ยิ่งรู้สึกว่ามีของเต็มหัว แต่พอกลับมาใช้จริงกลับนึกไม่ออกว่าตอนนั้นเข้าใจอะไร
บางครั้งเราจดทันทุกคำ แต่สุดท้ายสิ่งที่อยู่ในสมุดยังเป็นภาษาของคนสอน ไม่ใช่ภาษาของเรา พอจะเอาไปสอนลูกค้าหรือใช้กับงานจริงเลยสะดุด
คนที่เรียนเก่งมักถามเก่ง ไม่ใช่เพราะเขาเกิดมาฉลาดกว่าเสมอไป แต่เพราะเขามีวิธีจัดสิ่งที่ได้ยิน จนมองเห็นช่องว่างที่ควรถาม
Core Idea
ถ้าใน workshop หนึ่งครั้ง คุณเจอประโยคที่สะดุดหู 5 ประโยค คุณไม่ได้มี note แค่ 1 ชุด แต่คุณมี note ได้ 5 ชุด
เพราะหน่วยหลักของระบบนี้ไม่ใช่ workshop ไม่ใช่หัวข้อใหญ่ แต่คือประโยคหนึ่งประโยคที่ทำให้สมองคุณรู้สึกว่า “อันนี้มีอะไรบางอย่าง”
Preview
คุณจะไม่ต้องพยายามจดทุกอย่าง แต่จะเริ่มแยกให้ออกว่าประโยคไหนควรถูกเก็บไว้ เพราะมันอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจจริง
บทเรียนนี้จะพาคุณค่อย ๆ เปลี่ยนคำพูดของอาจารย์ ให้กลายเป็นสิ่งที่คุณอธิบายเองได้ ไม่ใช่แค่คัดประโยคเก็บไว้ในสมุด
คุณจะเห็นวิธีทำให้ประโยคหนึ่งประโยคมีภาพชัดขึ้น ผ่านตัวอย่าง เคสจริง หรือสถานการณ์ที่คุณนึกออกเอง
ระบบนี้ไม่ได้ให้คุณเรียนเพื่อเก็บความรู้เฉย ๆ แต่พาให้คุณถามต่อว่าสิ่งนี้เกี่ยวกับลูกค้า งานสอน คอนเทนต์ หรือธุรกิจของคุณอย่างไร
เมื่อคุณเริ่มเข้าใจและเชื่อมโยงได้ คำถามจะเริ่มเกิดขึ้นเอง ตรงนี้คือจุดที่คนเรียนเริ่มไม่ใช่แค่ผู้ฟัง แต่เริ่มคิดตามจริง ๆ
ท้ายที่สุด คุณจะไม่ปล่อยให้ note จบแค่ในหน้าเอกสาร แต่จะฝึกกลั่นออกมาเป็น action เล็ก ๆ ที่เอาไปใช้ต่อได้ทันที
What You Get
บทเรียนสั้น อ่านจบเร็ว ไม่ยืด
อธิบายระบบ 6 ช่องแบบ 1 ประโยคที่สะดุดหู = 1 note
ตัวอย่างการกรอกจริงให้ดู ไม่ใช่ให้ template เปล่า ๆ
แนวทางใช้ตอนอยู่ใน workshop แบบสมองยังตามไม่ทัน
วิธี review หลังเรียน 15 นาที เพื่อเปลี่ยน note ให้กลายเป็น action
โครงสร้าง Notion Database สำหรับเอาไปทำระบบเก็บความรู้ของตัวเอง
Use Case
เหมาะกับคนที่ต้องเข้าอบรม เรียนคอร์ส ฟังอาจารย์หลายคน แล้วอยากเก็บสิ่งสำคัญไว้ใช้จริง ไม่ใช่กลับมาแล้วหายไปหมด
เหมาะกับคนที่เคยคิดว่าตัวเองเรียนไม่เก่ง ทั้งที่จริงอาจแค่ยังไม่มีวิธีแปลงคำพูดของคนสอนให้เป็นภาษาของตัวเอง
ถ้าคุณเอาวิธีนี้ไปใช้ซ้ำกับคลิป คอร์ส หนังสือ หรือ workshop อื่น คุณจะเริ่มเห็นว่าความรู้หนึ่งประโยคสามารถแตกออกมาเป็นความเข้าใจได้เยอะมาก
Not For Everyone
เหมาะกับคนที่ยอมคิดช้าลงนิดหนึ่ง เพื่อให้ความรู้กลายเป็นของตัวเอง
เหมาะกับคนที่พร้อมเขียนด้วยภาษาตัวเอง ไม่ใช่แค่คัดคำพูดของอาจารย์
เหมาะกับคนที่อยากเอาสิ่งที่เรียนไปใช้จริงกับชีวิต งาน ลูกค้า หรือธุรกิจ
ไม่เหมาะกับคนที่อยากสะสม note เยอะ ๆ แต่ไม่อยากกลับมาทบทวนหลังเรียน
Access
ราคาปกติ ฿399 ตอนนี้เปิดบนเว็บในราคา ฿249สำหรับคนที่อยากได้บทเรียนสั้น ตัวอย่าง และ template สำหรับเริ่มใช้ทันที
ซื้อ / แจ้งชำระเงิน ฿249FAQ
ไม่ใช่แค่คอร์สจดโน้ต ผมมองว่านี่คือวิธีประคองสมองตอนเรียน เพื่อเปลี่ยน 1 ประโยคที่สะดุดหูให้กลายเป็นความเข้าใจ คำถาม และการใช้งานจริง
ไม่จำเป็น บทเรียนนี้ใช้กับกระดาษ สมุด Google Docs หรือ Notes ในมือถือก็ได้ ส่วน Notion เป็นแค่ตัวอย่างสำหรับคนที่อยากทำเป็นระบบเก็บความรู้ระยะยาว
เพราะหัวใจของระบบนี้ไม่ใช่การสรุปหัวข้อใหญ่ แต่คือการจับประโยคที่มีแรง แล้วขยายประโยคนั้นให้กลายเป็นความเข้าใจของเราเอง
ถ้าคุณดูคลิปจากผม คุณอาจได้เรียนฟรีในฐานะของขวัญสำหรับคนที่ติดตามผม แต่ถ้าคุณมาเจอบนเว็บโดยตรง ราคาหน้าเว็บคือราคาสินค้าปกติของ Pong Academy